โพสต์โดย : Admin เมื่อ 10 มิ.ย. 2569 16:47:15 น. เข้าชม 76 ครั้ง
| โปรตุเกส
|
![]()
11 มิ.ย. 2569 |
ไนจีเรีย
|

"ฝอยทอง" ลับแข้งหรูเตรียมเปิดรังซ้อมเกมรุกจัดหนักขย้ำ "อินทรีมรกต" นัดทิ้งทวนก่อนลุยศึกใหญ่
กระชับมิตรทีมชาติ | โปรตุเกส VS ไนจีเรีย | วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2026
พรีวิว
โปรตุเกส เตรียมลงสนามทำศึกนัดกระชับมิตรเพื่อปิดฉากโปรแกรมเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2026 โดยพวกเขามีคิวเปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ ไนจีเรีย ในคืนวันพุธนี้ ทีมของกุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กำลังเร่งเครื่องสร้างระบบทีมก่อนลงเล่นเกมนัดเปิดสนามพบกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในวันที่ 17 มิถุนายน สวนทางกับคู่แข่งอย่าง ไนจีเรีย ที่ต้องพบกับความบอบช้ำล้มเหลวไม่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายช่วงซัมเมอร์นี้ได้ หลังจากพลาดท่าปราชัยในการดวลจุดโทษต่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในศึกเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศของโซนซีเอเอฟ
แมตซ์ พรีวิว
โปรตุเกส
เป็นเรื่องที่ยุติธรรมอย่างยิ่งหากจะจัดให้ โปรตุเกส อยู่ในกลุ่มทีมเต็งที่มีโอกาสก้าวไปคว้าแชมป์ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อพิจารณาจากขุมกำลังผู้เล่นเปี่ยมพรสวรรค์ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างล้นหลามภายใต้การคุมทัพของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ และมันคงจะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งหากซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด จะสามารถนำทีมคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จในการลงเล่นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายของเจ้าตัว พลพรรคทัพ ฝอยทอง จะลงสนามในแมตช์นี้หลังจากเพิ่งเฉือนชนะ ชิลี 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก กอนซาโล เกเดส และ บรูโน เฟอร์นันเดส ในเกมกระชับมิตรนัดดังกล่าว และตอนนี้พวกเขาเหลือโปรแกรมอุ่นเครื่องอีกเพียงนัดเดียวเท่านั้นก่อนจะเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์จริง ลูกทีมของมาร์ติเนซจะเปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มเจอกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในวันที่ 17 มิถุนายน ก่อนจะต้องพบกับ อุซเบกิสถาน และ โคลอมเบีย ในกลุ่ม เค ซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่ช็อกโลกที่สุดตลอดกาลหากพวกเขาล้มเหลวตกรอบจากกลุ่มนี้ไป ในอดีตโปรตุเกสยังไม่เคยสัมผัสแชมป์โลกเลย โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ในปี 1966 ขณะที่ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดพวกเขาทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ก็เคยมีฝันร้ายตกรอบแบ่งกลุ่มในปี 2014 เช่นกัน สำหรับสถิติการเจอกันที่ผ่านมากับไนจีเรีย ทั้งสองทีมเคยดวลแข้งกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งในนัดนั้นโปรตุเกสถล่มเอาชนะไปอย่างขาดลอย 4-0
ไนจีเรีย
ทางด้านผู้มาเยือนอย่าง ไนจีเรีย ถือเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจลูกหนังยักษ์ใหญ่ที่สุดที่ไม่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ส่งผลให้ทัวร์นาเมนต์ระดับโลกในช่วงซัมเมอร์นี้จะหมดสิทธิ์เห็นยอดกองหน้าอย่าง วิกเตอร์ โอซิมเฮน ลงวาดลวดลายในสนาม พลพรรคทัพ อินทรีมรกต ถือเป็นทีมขาประจำในเวทีฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 1994 โดยสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ถึง 6 จาก 8 ครั้งหลังสุด และทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สองครั้งในช่วงดังกล่าว ทว่าความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษต่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในศึกเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศโซนแอฟริกา ทำให้พวกเขาต้องชวดตั๋วเดินทางมาร่วมศึกใหญ่ครั้งนี้อย่างน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตาม ทีมของกุนซือ เอริค เชลล์ จะลงสนามนัดนี้ด้วยขวัญกำลังใจที่ดียืนระยะไม่แพ้ใครใน 6 เกมหลังสุดในทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งเปิดรังเสมอกับ โปแลนด์ 2-2 ยิ่งไปกว่านั้น ไนจีเรียมีสถิติที่ยอดเยี่ยมคว้าชัยชนะได้ถึง 9 จาก 12 เกมหลังสุด ซึ่งรวมถึงการปราบ ซิมบับเว และ จาไมก้า ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พร้อมคว้าแชมป์ ยูนิตี้ คัพ ที่กรุงลอนดอนมาครองได้สำเร็จ ทำให้พวกเขามีความพร้อมเต็มเปี่ยมที่จะลงสนามเป็นบททดสอบที่แข็งแกร่งให้กับโปรตุเกส ทว่าซัมเมอร์นี้ทีมจะขาดผู้เล่นแกนหลักไปหลายรายนอกจากโอซิมเฮนแล้ว ทั้ง อเดโมลา ลุคแมน, คัลวิน บาสซีย์, วิลเฟรด เอ็นดิดี, อเล็กซ์ อิโวบี และ ซามูเอล ชุคเวเซ่ ต่างไม่มีชื่อร่วมทัพลุยศึกใหญ่
ฟอร์มล่าสุด
โปรตุเกส (กระชับมิตรทีมชาติ) : แพ้ ชนะ แพ้ เสมอ ชนะ ชนะ
โปรตุเกส (ทุกรายการ) : แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
ไนจีเรีย (กระชับมิตรทีมชาติ) : แพ้ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ เสมอ
ไนจีเรีย (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ ชนะ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
โปรตุเกส
เจ้าบ้านได้รับข่าวดีเมื่อสี่ดาวเตะจากสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่าง นูโน เมนเดส, วิตินญ่า, ฌโอ เนเวส และ กอนซาโล รามอส ได้เดินทางมารายงานตัวเข้าแคมป์ทีมชาติ โปรตุเกส เรียบร้อยแล้วหลังเสร็จสิ้นภารกิจในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ โดยคาดว่าทั้งสี่รายจะมีส่วนร่วมในเกมวันพุธนี้แน่นอน กุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เตรียมปรับทัพหลายตำแหน่งจากเกมชนะ ชิลี โดยมี ดีโอโก ดาโลต์, กอนซาโล อินาซิโอ, เปโดร เนโต้ และ กอนซาโล เกเดส พร้อมสอดแทรกออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม แผงแนวรับจะได้ ดีโอโก คอสต้า กลับมาลงเฝ้าเสาตัวจริง โดยมี นูโน เมนเดส, วิตินญ่า และ ฌโอ เนเวส ลงขับเคลื่อนระบบทีมร่วมกับ รูเบน ดิอาส หลังจากเพิ่งช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ยุโรปมาครอง สัญญานี้ ราฟาเอล เลเอา ที่โดนใบแดงไล่ออกในเกมล่าสุดจะยังคงสามารถลงสนามช่วยทีมในเกมอุ่นเครื่องนี้ได้ตามปกติ ทว่าในรายของ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ลงสนามไปเต็มอิ่มในช่วงครึ่งแรกของแมตช์ก่อน น่าจะได้รับการพักไว้ที่ม้านั่งสำรองเพื่อรักษาสภาพร่างกาย
ไนจีเรีย
ทางด้านทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งานสองแนวรุกตัวเก่งอย่าง วิกเตอร์ โอซิมเฮน และ อเดโมลา ลุคแมน ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมเก็บตัวกับทีมชาติในชุดนี้ ทำให้จะเป็นสองสัญญาสลัดจุดบอดครั้งใหญ่ในเกมรุกยามต้องลงสนามเผชิญหน้ากับโปรตุเกส คาดว่ากุนซือ เอริค เชลล์ จะเลือกใช้งาน เทเร็ม มอฟฟี่ ดาวยิงจาก ปอร์โต้ และ อาคอร์ อาดัมส์ กองหน้าจาก เซบีย่า ที่จับคู่ประสานงานเป็นตัวจริงในเกมนัดเสมอ โปแลนด์ ลงสนามทำหน้าที่เป็นคู่หัวหอกในแดนหน้าต่อไป ขณะที่พื้นที่แดนกลางจะยังคงใช้งาน วิลเฟรด เอ็นดิดี ลงสนามเป็นแกนหลักคอยคุมจังหวะเกมร่วมกับ แฟรงค์ ออนเยก้า มิดฟิลด์จากสโมสร โคเวนทรี ซิตี้ ที่พร้อมออกสตาร์ทลงสนามทำหน้าที่เป็นตัวจริงให้กับทีมชาติไนจีเรียในแมตช์นี้
คาดการณ์ผู้เล่น
โปรตุเกส : คอสต้า; ดาโลต์, ดิอาส, อินาซิโอ, เมนเดส; วิตินญ่า, เฟอร์นันเดซ, เนเวส; แบร์นาร์โด, เกเดส, เนโต้
ไนจีเรีย : โอโคเย; เบเวเน, อ็อกบู, เฟอร์นันเดซ, ออนเยมาเอชี; ไซมอน, ออนเยก้า, เอ็นดิดี, นาดี้; อาดัมส์, มอฟฟี่
วิเคราะห์คาดการณ์
แมตช์กระชับมิตรเตรียมความพร้อมนัดส่งท้ายก่อนลุยศึกใหญ่ ฟุตบอลโลก 2026 นัดนี้ ขุมกำลังพลพรรคทัพ ฝอยทอง ของกุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ มีความเหนือกว่าผู้มาเยือนในทุกด้านอย่างชัดเจน แม้ว่าเกมนี้คาดว่าจะมีการพัก คริสเตียโน โรนัลโด ไว้ที่ข้างสนามหลังจากลงเล่นในเกมก่อนก็ตาม ทว่าขุมกำลังชุดโรเตชั่นที่สลับลงสนามยังจัดว่าอยู่ในระดับโลกและกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก การได้สี่ดาวเตะแชมป์ยุโรปจากปารีสกลับมาสมทบทีม โดยเฉพาะ นูโน เมนเดส, วิตินญ่า และ ฌโอ เนเวส ยิ่งทำให้ระบบทีมมีความแข็งแกร่งและลงตัวขึ้นไปอีก แดนกลางขับเคลื่อนโดย บรูโน เฟอร์นันเดส ส่วนแนวรุกมี กอนซาโล เกเดส และ เปโดร เนโต้ พร้อมเข้าทำประตู สวนทางกับทีมเยือน ไนจีเรีย แม้ว่าสถิติช่วงหลังจะยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครมา 6 นัดติดต่อกันและเพิ่งเสมอกับโปแลนด์มาก็ตาม ทว่าเกมนี้พวกเขาเจอปัญหาใหญ่ในเรื่องขุมกำลังเมื่อนักเตะสตาร์ดังระดับโลกอย่าง วิกเตอร์ โอซิมเฮน และ อเดโมลา ลุคแมน ไม่ได้เดินทางมาอยู่กับทีมชุดนี้ ทำให้ประสิทธิภาพและความเฉียบขาดในเกมรุกต้องฝากความหวังไว้ที่ เทเร็ม มอฟฟี่ และ อาคอร์ อาดัมส์ ยืนค้ำคอยทำหน้าที่ โดยมี วิลเฟรด เอ็นดิดี คอยช่วยสกรีนแดนกลาง ซึ่งดูแล้วมาตรฐานยังห่างชั้นจากโปรตุเกสค่อนข้างมาก ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการเจอกันในอดีตโปรตุเกสก็เคยถล่มเอาชนะไปได้ถึง 4-0 คาดว่าเกมนี้โปรตุเกสจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกกดดันเข้าใส่แผงหลังของไนจีเรียตลอดทั้ง 90 นาที ก่อนจะอาศัยความสามารถเฉพาะตัวและทีมเวิร์คที่เหนือกว่าบดเอาชนะทัพอินทรีมรกตไปได้แบบสบายเท้า
คาดการณ์สกอร์ : โปรตุเกส 3-0 ไนจีเรีย
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: โปรตุเกส - เจ้าบ้านมีศักยภาพทีมและมาตรฐานขุมกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน อีกทั้งต้องการชัยชนะส่งท้ายเพื่อเรียกความมั่นใจและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนลุยฟุตบอลโลก สวนทางกับไนจีเรียที่เกมนี้ขาดผู้เล่นตัวรุกระดับโลกพร้อมกันหลายรายทำให้มาตรฐานเป็นรอง
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - เนื่องจากแนวรุกของโปรตุเกสที่นำโดย บรูโน เฟอร์นันเดส มีความเฉียบคมและจังหวะเข้าทำที่ดุดัน สถิติการเจอกันในอดีตก็ชี้ชัดว่าเป็นโปรตุเกสที่ระเบิดฟอร์มถล่มเอาชนะไนจีเรียยับเยินถึง 4-0 ประกอบกับเกมอุ่นเครื่องนัดส่งท้ายเจ้าถิ่นน่าจะเน้นเปิดเกมรุกบุกโจมตีเต็มกำลัง
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - แผงแนวรับของโปรตุเกสจัดว่าเหนียวแน่นและแข็งแกร่งขึ้นมากหลังการกลับมารายงานตัวของดาวเตะแชมป์ยุโรปอย่าง นูโน เมนเดส คอยยืนปักหลักคุมพื้นที่ร่วมกับ รูเบน ดิอาส ประกอบกับแนวรุกของไนจีเรียชุดนี้จะไม่มีชื่อของ วิกเตอร์ โอซิมเฮน ทำให้โอกาสยิงคืนมีน้อย
ทีมได้ประตูแรก : โปรตุเกส - ด้วยความได้เปรียบจากการลงเล่นในถิ่นของตัวเองและขุมกำลังแดนกลางระดับโลกที่มีความสดเต็มร้อยนำโดย วิตินญ่า คาดว่าทัพฝอยทองจะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้ากดดันตั้งแต่นาทีแรก และอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ กอนซาโล เกเดส พังประตูออกนำไปได้ก่อนในครึ่งแรก